เบาหวาน (Diabetes) คือภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรัง เพราะร่างกายสร้างฮอร์โมนอินซูลินได้ไม่พอ หรือใช้อินซูลินได้ไม่ดี อินซูลินมีหน้าที่นำน้ำตาลจากกระแสเลือดเข้าสู่เซลล์เพื่อใช้เป็นพลังงาน เมื่อกระบวนการนี้บกพร่อง น้ำตาลจึงคั่งอยู่ในเลือดและก่อความเสียหายต่ออวัยวะต่าง ๆ เมื่อเวลาผ่านไป
รู้จักโรคและสาเหตุ
เบาหวานที่พบบ่อยที่สุดคือ ชนิดที่ 2 ซึ่งสัมพันธ์กับน้ำหนักตัวที่มากเกินและพฤติกรรมการใช้ชีวิต ร่างกายยังพอผลิตอินซูลินได้ แต่เซลล์ตอบสนองต่ออินซูลินน้อยลง (ภาวะดื้ออินซูลิน) ปัจจัยเสี่ยงที่ควรรู้ ได้แก่
- น้ำหนักเกินหรืออ้วน โดยเฉพาะอ้วนลงพุง
- ขาดการออกกำลังกาย และนั่งนิ่งเป็นเวลานาน
- กินอาหารหวาน แป้ง และไขมันมากเป็นประจำ
- มีพ่อแม่หรือพี่น้องเป็นเบาหวาน (พันธุกรรม)
- อายุมากขึ้น มีความดันโลหิตสูงหรือไขมันในเลือดสูงร่วมด้วย
อาการที่ควรสังเกต
เบาหวานชนิดที่ 2 มักค่อยเป็นค่อยไปและไม่มีอาการชัดเจนในช่วงแรก หลายคนตรวจพบโดยบังเอิญจากการเจาะเลือด อาการที่พบได้เมื่อน้ำตาลสูงขึ้น ได้แก่
- ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน
- กระหายน้ำมากผิดปกติ หิวบ่อย
- อ่อนเพลีย น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ
- แผลหายช้า ติดเชื้อง่าย ตาพร่ามัว
ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง
อันตรายของเบาหวานไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขน้ำตาล แต่อยู่ที่ความเสียหายระยะยาวต่อหลอดเลือดและเส้นประสาทเมื่อควบคุมไม่ดี ภาวะแทรกซ้อนสำคัญ ได้แก่
- ตา — เบาหวานขึ้นจอประสาทตา อาจนำไปสู่ตามัวหรือตาบอด
- ไต — ไตเสื่อมเรื้อรัง จนถึงขั้นต้องฟอกไต
- เส้นประสาท — ชาปลายมือปลายเท้า แผลที่เท้าหายยากจนเสี่ยงถูกตัดขา
- หัวใจและหลอดเลือด — เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจขาดเลือดและอัมพาต
ควบคุมเบาหวานได้ ด้วย 4 เสาหลัก
การดูแลเบาหวานยืนอยู่บนสี่เสาหลัก คือ อาหาร (ลดหวาน ลดแป้งขัดสี เพิ่มผักและใยอาหาร) ออกกำลังกาย สม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที ยา ตามที่แพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง และ การตรวจติดตามน้ำตาล เป็นระยะ ทั้งสี่อย่างทำงานร่วมกันเพื่อให้น้ำตาลอยู่ในเกณฑ์และชะลอภาวะแทรกซ้อน
การป้องกันและดูแลตัวเอง
ไม่ว่าจะยังไม่เป็นหรือเป็นแล้ว การปรับพฤติกรรมคือหัวใจของการดูแลเบาหวาน เริ่มได้จากสิ่งใกล้ตัว
- คุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ ลดน้ำหนักแม้เพียงเล็กน้อยก็ช่วยได้มาก
- ลดเครื่องดื่มหวานและน้ำอัดลม เลือกข้าวกล้องหรือแป้งไม่ขัดสี
- เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน หรือออกกำลังกายที่ทำได้ต่อเนื่อง
- งดบุหรี่ ลดเหล้า และนอนหลับให้เพียงพอ
- ตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเป็นประจำ เพื่อรู้ตัวเลขของตัวเอง
คลินิกแพทย์อภิเดชดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังโดยแพทย์ มีบริการตรวจสุขภาพ เจาะเลือดตรวจน้ำตาลและ HbA1c พร้อมติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้คุณควบคุมเบาหวานได้ตั้งแต่ใกล้บ้าน
สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์
- น้ำตาลในเลือดสูงมาก ร่วมกับซึม สับสน หรือหายใจหอบลึก
- อาการของน้ำตาลต่ำ: ใจสั่น เหงื่อแตก หน้ามืด หิวมาก จนเกือบหมดสติ
- แผลที่เท้าบวมแดง มีหนอง หรือเป็นแผลเรื้อรังไม่หาย
- ตามัวลงเฉียบพลัน หรือชาปลายมือปลายเท้าเพิ่มขึ้นชัดเจน
- เจ็บหน้าอก แขนขาอ่อนแรง หรือพูดไม่ชัด ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที
