094-991-5369 เปิดทุกวัน · จ–ศ 07.30–08.30, 17.00–20.00 · ส–อา 07.30–10.30, 17.00–20.00
โรคเรื้อรัง

ความดันโลหิตสูง ภัยเงียบที่ควบคุมได้

ความดันโลหิตสูงได้ชื่อว่าเป็น "ภัยเงียบ" เพราะมักไม่มีอาการเตือน แต่กลับค่อย ๆ ทำลายหัวใจ หลอดเลือด สมอง และไตอยู่เงียบ ๆ ข่าวดีคือเป็นโรคที่ควบคุมได้ดี หากรู้ตัวเลขของตัวเองและดูแลอย่างสม่ำเสมอ

25 มิถุนายน 2569 อ่าน 6 นาที โดยทีมแพทย์ คลินิกแพทย์อภิเดช
ความดันโลหิตสูง ภัยเงียบที่ควบคุมได้

ความดันโลหิตสูง (Hypertension) คือภาวะที่แรงดันของเลือดต่อผนังหลอดเลือดสูงกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง ค่าความดันประกอบด้วยตัวเลขสองค่า คือ ค่าบน (ขณะหัวใจบีบตัว) และค่าล่าง (ขณะหัวใจคลายตัว) เมื่อความดันสูงเป็นเวลานาน หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น และหลอดเลือดทั่วร่างกายค่อย ๆ เสื่อมสภาพ

รู้จักโรคและสาเหตุ

ผู้ป่วยความดันสูงส่วนใหญ่เป็นชนิดที่ไม่ทราบสาเหตุชัดเจน ซึ่งสัมพันธ์กับพันธุกรรมและพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่สะสมมานาน ปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อย ได้แก่

  • กินเค็มจัด อาหารแปรรูป และอาหารรสจัดเป็นประจำ
  • น้ำหนักเกินหรืออ้วน และขาดการออกกำลังกาย
  • สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
  • ความเครียดสะสม นอนหลับไม่เพียงพอ
  • อายุที่มากขึ้น และมีประวัติคนในครอบครัวเป็นความดันสูง

อาการที่ควรสังเกต

จุดที่อันตรายที่สุดคือ ความดันสูงมักไม่มีอาการ หลายคนจึงไม่รู้ตัวจนกว่าจะตรวจพบหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน บางรายอาจมีอาการเล็กน้อย เช่น ปวดศีรษะตื้อ ๆ ที่ท้ายทอย เวียนศีรษะ หรือมึนงง ซึ่งไม่จำเพาะ การวัดความดันสม่ำเสมอจึงเป็นวิธีเดียวที่จะรู้จริง

  • วัดความดันสม่ำเสมอ เพราะ "ภัยเงียบ" มักไม่เตือนล่วงหน้า
  • นั่งพักก่อนวัด 5 นาที ไม่พูดคุย และวัดในเวลาใกล้เคียงกัน
  • จดค่าที่วัดได้ไว้ เพื่อให้แพทย์ดูแนวโน้มได้แม่นยำ

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

ความดันสูงที่ไม่ควบคุมจะค่อย ๆ ทำลายอวัยวะสำคัญ จนนำไปสู่โรคร้ายแรงได้ ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง ได้แก่

  • หัวใจ — หัวใจโต กล้ามเนื้อหัวใจหนา หัวใจขาดเลือด และหัวใจวาย
  • หลอดเลือดสมอง — เพิ่มความเสี่ยงอัมพฤกษ์ อัมพาต (สโตรก)
  • ไต — ไตเสื่อมเรื้อรัง จนถึงขั้นไตวาย
  • ตา — หลอดเลือดที่จอประสาทตาเสียหาย ทำให้การมองเห็นแย่ลง

เป้าหมายคือคุมความดันให้อยู่ในเกณฑ์

การควบคุมความดันที่ดีไม่ได้หมายถึงการรอให้มีอาการแล้วค่อยกินยา แต่คือการรักษาค่าความดันให้อยู่ในเกณฑ์ที่แพทย์กำหนดอย่างสม่ำเสมอ ทั้งจากการปรับพฤติกรรมและกินยาตามที่สั่ง เพื่อชะลอความเสียหายต่อหัวใจ สมอง และไตในระยะยาว

การป้องกันและดูแลตัวเอง

การปรับพฤติกรรมช่วยลดความดันได้จริง และเป็นพื้นฐานสำคัญควบคู่กับการใช้ยา เริ่มได้จากสิ่งเหล่านี้

  • ลดเค็ม หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป ของหมักดอง และน้ำปลา/ซีอิ๊วในปริมาณมาก
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็ว อย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที
  • คุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ และกินผักผลไม้ให้มากขึ้น
  • งดบุหรี่ ลดเหล้า จัดการความเครียด และนอนหลับให้พอ
  • กินยาตามแพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง ห้ามหยุดยาเองแม้ความดันจะดีขึ้น

คลินิกแพทย์อภิเดชดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังโดยแพทย์ มีบริการตรวจสุขภาพ วัดความดัน เจาะเลือดประเมินความเสี่ยงหัวใจและไต พร้อมติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้คุณคุมความดันได้ตั้งแต่ใกล้บ้าน

สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์

  • ความดันสูงมาก ร่วมกับปวดศีรษะรุนแรงผิดปกติ
  • เจ็บแน่นหน้าอก หายใจลำบาก หรือใจสั่นรุนแรง
  • เห็นภาพซ้อน ตามัวเฉียบพลัน
  • แขนขาอ่อนแรงข้างใดข้างหนึ่ง ปากเบี้ยว หรือพูดไม่ชัด
  • หากมีอาการเหล่านี้ ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที อย่ารอดูอาการ

คำถามที่พบบ่อย

ความดันเท่าไรเรียกสูง?
โดยทั่วไปถือว่าความดันโลหิตสูงเมื่อค่าตั้งแต่ 140/90 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป จากการวัดซ้ำหลายครั้ง ส่วนค่าที่เหมาะสมคือต่ำกว่า 120/80 หากวัดได้ 120–139/80–89 ถือว่าเริ่มสูงและควรปรับพฤติกรรม เกณฑ์อาจต่างกันตามโรคประจำตัว จึงควรให้แพทย์ประเมิน
ต้องกินยาความดันตลอดชีวิตไหม?
ผู้ป่วยความดันสูงส่วนใหญ่ต้องกินยาต่อเนื่องเพื่อควบคุมความดันและป้องกันภาวะแทรกซ้อน ห้ามหยุดยาเอง บางรายที่ปรับพฤติกรรมได้ดีและความดันคุมได้ดี แพทย์อาจพิจารณาลดขนาดยา แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลและตรวจติดตาม
ลดความดันโดยไม่ใช้ยาได้ไหม?
ผู้ที่ความดันสูงเพียงเล็กน้อยสามารถลดความดันได้ด้วยการปรับพฤติกรรม เช่น ลดเค็ม ลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย งดบุหรี่และเหล้า แต่หากความดันสูงมากหรือมีความเสี่ยงอื่นร่วม แพทย์มักแนะนำให้ใช้ยาร่วมกับการปรับพฤติกรรม

ข้อมูลในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยแพทย์ หากลูกมีอาการน่ากังวล กรุณาปรึกษาแพทย์โดยตรง

ไม่แน่ใจความดันตัวเอง? มาตรวจกับเรา

โทรหาคลินิก หรือแชทผ่าน Line เพื่อนัดวัดความดัน ตรวจสุขภาพ เจาะเลือด และติดตามอาการ