094-991-5369 เปิดทุกวัน · จ–ศ 07.30–08.30, 17.00–20.00 · ส–อา 07.30–10.30, 17.00–20.00
วัคซีน

วัคซีนบาดทะยัก–คอตีบ ควรกระตุ้นทุก 10 ปี

บาดทะยักและคอตีบเป็นโรคที่อันตรายถึงชีวิตแต่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน หลายคนเข้าใจว่าฉีดในวัยเด็กแล้วเพียงพอ แต่ภูมิคุ้มกันจะลดลงตามเวลา บทความนี้อธิบายว่าทำไมควรฉีดกระตุ้นทุก 10 ปี และเมื่อมีบาดแผลเสี่ยงควรทำอย่างไร

25 มิถุนายน 2569 อ่าน 5 นาที โดยทีมแพทย์ คลินิกแพทย์อภิเดช
วัคซีนบาดทะยัก–คอตีบ ควรกระตุ้นทุก 10 ปี

บาดทะยักและคอตีบเป็นโรคที่อาจฟังดูไกลตัวในยุคที่มีวัคซีน แต่ความจริงคือเชื้อบาดทะยักยังอยู่รอบตัวเราในดินและสิ่งแวดล้อม และภูมิคุ้มกันจากวัยเด็กจะค่อย ๆ ลดลง การเข้าใจโรคและฉีดกระตุ้นตามกำหนดจึงช่วยให้คุณปลอดภัยเมื่อเกิดบาดแผลโดยไม่คาดคิด

รู้จักโรคบาดทะยักและคอตีบ

บาดทะยัก (Tetanus) เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่พบในดิน ฝุ่น และโลหะเป็นสนิม เมื่อเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล โดยเฉพาะแผลลึกหรือแผลจากของมีคมเปื้อนดิน เชื้อจะสร้างสารพิษทำให้กล้ามเนื้อเกร็งและกระตุก เริ่มจากขากรรไกรแข็ง อ้าปากลำบาก จนถึงกล้ามเนื้อทั้งตัวเกร็ง ซึ่งอันตรายถึงชีวิต

คอตีบ (Diphtheria) เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่ติดต่อทางเดินหายใจผ่านละอองฝอยจากการไอจาม ทำให้เกิดแผ่นเยื่อในลำคอที่อาจอุดกั้นทางเดินหายใจ และสารพิษอาจทำลายหัวใจและระบบประสาทได้

ทำไมต้องกระตุ้นทุก 10 ปี

วัคซีนพื้นฐานในวัยเด็กสร้างภูมิคุ้มกันได้ดี แต่ภูมิจะลดลงเรื่อย ๆ ตามอายุ การฉีดกระตุ้นชนิด Td (บาดทะยัก–คอตีบ) ทุก 10 ปี ช่วยให้ระดับภูมิคุ้มกันคงอยู่เพียงพอ พร้อมป้องกันเมื่อมีบาดแผลหรือสัมผัสเชื้อ

การป้องกันและใครควรฉีด

  • ผู้ใหญ่ทุกคนที่เคยได้วัคซีนพื้นฐานครบ ควรฉีดกระตุ้น Td ทุก 10 ปี
  • ผู้ที่ทำงานเสี่ยงต่อบาดแผล เช่น เกษตรกร ช่าง คนทำสวน ควรดูแลให้กระตุ้นไม่ขาด
  • ผู้ที่ไม่แน่ใจประวัติการฉีด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนเริ่มหรือกระตุ้น
  • หญิงตั้งครรภ์มักแนะนำชนิด Tdap เพื่อป้องกันและส่งต่อภูมิคุ้มกันสู่ทารก

เมื่อมีบาดแผล ควรทำอย่างไร

เมื่อเกิดบาดแผล โดยเฉพาะแผลลึก แผลสกปรกเปื้อนดิน หรือถูกตะปู/ของมีคมเป็นสนิมตำ ควรล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที แล้วประเมินว่าได้ฉีดกระตุ้นครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ หากเกินกำหนดหรือไม่แน่ใจ ควรพบแพทย์ แพทย์จะพิจารณาการฉีดกระตุ้นและในบางกรณีอาจให้เซรุ่มป้องกันบาดทะยักร่วมด้วย

ที่คลินิกแพทย์อภิเดชให้บริการวัคซีนโดยแพทย์ และเก็บวัคซีนในระบบควบคุมอุณหภูมิมาตรฐานเทียบเท่าโรงพยาบาล พร้อมประเมินบาดแผลและประวัติการฉีดของคุณ เพื่อแนะนำการกระตุ้นหรือการให้เซรุ่มได้อย่างเหมาะสม

บาดแผลแบบนี้ ควรพบแพทย์เพื่อประเมิน

  • แผลลึก แผลถูกตะปูหรือของมีคมเป็นสนิมตำ
  • แผลสกปรกเปื้อนดิน ฝุ่น มูลสัตว์ หรือน้ำลายสัตว์
  • ฉีดกระตุ้นเข็มล่าสุดเกิน 5 ปี หรือไม่ทราบ/ไม่แน่ใจประวัติการฉีด
  • มีอาการขากรรไกรแข็ง อ้าปากลำบาก กลืนลำบาก หรือกล้ามเนื้อเกร็งกระตุก

คำถามที่พบบ่อย

ตะปูตำต้องฉีดวัคซีนบาดทะยักทุกครั้งไหม?
ไม่จำเป็นเสมอไป ขึ้นกับว่าฉีดกระตุ้นเข็มล่าสุดมานานแค่ไหนและลักษณะบาดแผล หากบาดแผลลึกหรือสกปรกและฉีดกระตุ้นมาเกิน 5 ปี หรือไม่แน่ใจประวัติการฉีด ควรพบแพทย์เพื่อประเมินการฉีดกระตุ้นและการให้เซรุ่ม
ควรฉีดกระตุ้นวัคซีนบาดทะยัก–คอตีบบ่อยแค่ไหน?
หลังได้รับวัคซีนพื้นฐานครบในวัยเด็กแล้ว แนะนำให้ฉีดกระตุ้นชนิด Td ทุก 10 ปี เพราะภูมิคุ้มกันจะค่อย ๆ ลดลงตามเวลา การกระตุ้นสม่ำเสมอช่วยให้ร่างกายพร้อมป้องกันเมื่อมีบาดแผล
หญิงตั้งครรภ์ฉีดวัคซีนบาดทะยัก–คอตีบได้ไหม?
ได้ และแนะนำ โดยมักใช้ชนิด Tdap ในระหว่างตั้งครรภ์เพื่อป้องกันบาดทะยัก คอตีบ และไอกรน ซึ่งช่วยส่งภูมิคุ้มกันไปยังทารกด้วย ควรปรึกษาแพทย์เรื่องช่วงเวลาที่เหมาะสมในการฉีด

ข้อมูลในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยแพทย์ หากลูกมีอาการน่ากังวล กรุณาปรึกษาแพทย์โดยตรง

ถึงเวลากระตุ้นวัคซีนแล้วหรือยัง? ปรึกษาเราได้ทุกวัน

โทรหาคลินิก หรือแชทผ่าน Line เพื่อตรวจสอบประวัติการฉีดและนัดหมายกระตุ้น