ไขมันในเลือดเป็นสิ่งที่ร่างกายต้องใช้ในการสร้างเซลล์และฮอร์โมน แต่หากมีมากเกินไป โดยเฉพาะไขมันชนิดไม่ดี ก็จะค่อย ๆ สะสมที่ผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบแคบลง เพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจ หลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง (อัมพฤกษ์ อัมพาต) ที่น่ากังวลคือภาวะนี้มักไม่มีอาการเตือน หลายคนจึงไม่รู้ตัวจนกระทั่งเกิดปัญหาขึ้นแล้ว
รู้จักไขมันในเลือดแต่ละชนิด
เมื่อตรวจเลือด ผลที่ได้จะแยกไขมันออกเป็นหลายตัว ที่ควรเข้าใจมีสามตัวหลัก
- LDL (ไขมันตัวร้าย) — ยิ่งสูงยิ่งเสี่ยง เพราะเป็นตัวที่ไปเกาะสะสมตามผนังหลอดเลือด เป้าหมายคือทำให้ต่ำ
- HDL (ไขมันตัวดี) — ช่วยพาไขมันส่วนเกินออกจากหลอดเลือด ยิ่งสูงยิ่งดี
- ไตรกลีเซอไรด์ — ไขมันอีกชนิดที่สูงได้จากอาหารหวาน แป้ง แอลกอฮอล์ และน้ำหนักเกิน หากสูงมากก็เพิ่มความเสี่ยงเช่นกัน
วิธีตรวจและการเตรียมตัว
การตรวจไขมันในเลือดทำได้ด้วยการเจาะเลือดเพียงเล็กน้อย โดยทั่วไปแนะนำให้งดอาหารและเครื่องดื่มที่มีพลังงานประมาณ 9–12 ชั่วโมงก่อนเจาะเลือด (ดื่มน้ำเปล่าได้) เพื่อให้ค่าไตรกลีเซอไรด์แม่นยำ ทั้งนี้ในบางกรณีแพทย์อาจให้ตรวจโดยไม่ต้องงดอาหารได้ จึงควรสอบถามก่อนนัดหมาย
ตัวเลขต้องดูทั้งภาพรวม
การประเมินความเสี่ยงไม่ได้ดูแค่ค่า LDL ตัวเดียว แต่ดูร่วมกับอายุ ความดันโลหิต โรคเบาหวาน การสูบบุหรี่ และประวัติครอบครัว ดังนั้นควรให้แพทย์เป็นผู้แปลผลและกำหนดเป้าหมายที่เหมาะกับตัวคุณ
ใครควรตรวจ และวิธีดูแล
ผู้ที่อายุ 35 ปีขึ้นไป มีน้ำหนักเกิน เป็นเบาหวานหรือความดันสูง สูบบุหรี่ หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจเร็ว ควรตรวจไขมันในเลือดเป็นระยะ เมื่อรู้ค่าแล้ว การดูแลเริ่มจากการปรับพฤติกรรมเป็นหลัก และใช้ยาเมื่อจำเป็นตามคำแนะนำของแพทย์
- ลดของทอด ของมัน เบเกอรี่ และไขมันทรานส์
- เพิ่มผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และปลา
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยลด LDL และเพิ่ม HDL
- งดบุหรี่ ควบคุมน้ำหนัก และจำกัดแอลกอฮอล์
- กินยาลดไขมันตามแพทย์สั่งเมื่อจำเป็น และตรวจติดตามตามนัด
ที่ คลินิกแพทย์อภิเดช มีบริการตรวจสุขภาพ เจาะเลือด อัลตร้าซาวด์ และคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) โดยแพทย์ ช่วยตรวจไขมันในเลือดและประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดอย่างครบถ้วน พร้อมแนะนำแนวทางดูแลที่เหมาะกับคุณ
สัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์
- เจ็บแน่นหน้าอก โดยเฉพาะเวลาออกแรง และดีขึ้นเมื่อพัก
- เหนื่อยง่ายผิดปกติ ใจสั่น หรือหายใจไม่อิ่ม
- แขนขาอ่อนแรงข้างเดียว ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด (สัญญาณหลอดเลือดสมอง — โทรเรียกฉุกเฉินทันที)
