094-991-5369 เปิดทุกวัน · จ–ศ 07.30–08.30, 17.00–20.00 · ส–อา 07.30–10.30, 17.00–20.00
โรคติดเชื้อ

อาหารเป็นพิษและท้องเสีย ดูแลอย่างไรให้หายเร็ว

อาหารเป็นพิษและท้องเสียเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เกิดได้กับทุกคน ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรงและหายได้เอง แต่อันตรายสำคัญคือ "ภาวะขาดน้ำ" บทความนี้ช่วยให้คุณดูแลตัวเองได้ถูกวิธี หายเร็วขึ้น และรู้ว่าเมื่อไหร่ควรรีบไปพบแพทย์

25 มิถุนายน 2569 อ่าน 5 นาที โดยทีมแพทย์ คลินิกแพทย์อภิเดช
อาหารเป็นพิษและท้องเสีย ดูแลอย่างไรให้หายเร็ว

อาหารเป็นพิษและท้องเสียพบได้บ่อยมาก โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อนที่อาหารบูดเสียได้ง่าย ส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นเองภายในไม่กี่วันหากดูแลอย่างถูกต้อง สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญที่สุดคือการป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ ซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายกว่าตัวอาการถ่ายเหลวเอง

รู้จักโรคและสาเหตุ

อาหารเป็นพิษเกิดจากการกินอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค เช่น แบคทีเรีย ไวรัส หรือสารพิษที่เชื้อสร้างขึ้น มักมาจากอาหารที่ปรุงไม่สุก ทิ้งไว้นานในอุณหภูมิห้อง อาหารค้างคืน หรืออาหารที่เก็บไม่สะอาด เมื่อเชื้อหรือสารพิษเข้าสู่ทางเดินอาหาร ร่างกายจะตอบสนองด้วยการอาเจียนและถ่ายเหลวเพื่อขับออก

อาการ

อาการมักเริ่มภายในไม่กี่ชั่วโมงถึง 1–2 วันหลังกินอาหารที่ปนเปื้อน ได้แก่

  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ปวดบิดท้อง ปวดมวนท้อง
  • ถ่ายเหลวบ่อยครั้ง บางรายมีไข้ต่ำ ๆ ร่วมด้วย
  • อ่อนเพลีย เนื่องจากเสียน้ำและเกลือแร่

การดูแลตัวเอง

หัวใจของการดูแลคือ "ทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่เสียไป" จึงควรจิบสารละลายเกลือแร่ (ORS) ทีละน้อยแต่บ่อย ๆ ไม่ควรอดอาหาร และค่อย ๆ กลับมากินอาหารอ่อนย่อยง่ายเมื่ออาเจียนน้อยลง

  • จิบ ORS ทีละน้อยบ่อย ๆ ทดแทนน้ำที่เสียไป ไม่ควรดื่มน้ำหวานจัดแทน
  • กินอาหารอ่อนย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก กล้วย ขนมปัง พักผ่อนให้เพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงอาหารมัน รสจัด นม คาเฟอีน และแอลกอฮอล์จนกว่าอาการจะดีขึ้น

อย่ารีบกินยาหยุดถ่าย

การถ่ายเป็นกลไกที่ร่างกายขับเชื้อและสารพิษออก โดยทั่วไปจึงไม่แนะนำให้รีบกินยาหยุดถ่าย โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ สิ่งสำคัญกว่าคือการจิบ ORS ทดแทนน้ำที่เสียไป หากมีไข้สูงหรือถ่ายเป็นมูกเลือด ควรพบแพทย์ก่อนใช้ยา

การป้องกัน

อาหารเป็นพิษป้องกันได้ด้วยหลักง่าย ๆ คือ "กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ" — เลือกกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่และร้อน ใช้ช้อนกลางเมื่อกินร่วมกัน ล้างมือด้วยสบู่ก่อนกินอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ เก็บอาหารในตู้เย็นอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงอาหารที่ทิ้งไว้นานหรือมีกลิ่นผิดปกติ และดื่มน้ำสะอาด

ที่ คลินิกแพทย์อภิเดช มีแพทย์ตรวจรักษาอาการอาหารเป็นพิษและท้องเสีย พร้อมประเมินภาวะขาดน้ำ มีบริการเจาะเลือดตรวจหาการติดเชื้อในกรณีที่จำเป็น และให้คำแนะนำการป้องกันรวมถึงวัคซีนที่เกี่ยวข้อง หากอาการรุนแรงหรือไม่ดีขึ้น สามารถปรึกษาเราได้

สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์

  • ถ่ายเหลวหรืออาเจียนรุนแรงจนกินดื่มไม่ได้ หรืออาเจียนทุกครั้งที่ดื่มน้ำ
  • มีไข้สูง ปวดท้องมาก หรือถ่ายเป็นมูกเลือด
  • สัญญาณขาดน้ำ — ปากแห้ง ตาโหล ปัสสาวะน้อยลงชัดเจน อ่อนเพลียมาก ซึม
  • เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว ควรพบแพทย์เร็วขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ท้องเสียกินยาหยุดถ่ายได้ไหม?
โดยทั่วไปไม่แนะนำให้รีบกินยาหยุดถ่าย เพราะการถ่ายเป็นกลไกที่ร่างกายขับเชื้อและสารพิษออก สิ่งสำคัญกว่าคือการจิบสารละลายเกลือแร่ (ORS) ทดแทนน้ำที่เสียไป โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุไม่ควรใช้ยาหยุดถ่ายเอง หากมีไข้สูงหรือถ่ายเป็นมูกเลือดควรพบแพทย์ก่อน
ควรกินอะไรตอนท้องเสีย?
ควรจิบ ORS ทีละน้อยบ่อย ๆ เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่ และกินอาหารอ่อนย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก กล้วยสุก ขนมปัง โดยไม่จำเป็นต้องอดอาหาร ควรหลีกเลี่ยงอาหารมัน อาหารรสจัด นม และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์จนกว่าอาการจะดีขึ้น
ท้องเสียเมื่อไรต้องไปหาหมอ?
ควรพบแพทย์เมื่อถ่ายหรืออาเจียนรุนแรงจนกินดื่มไม่ได้ มีไข้สูง ถ่ายเป็นมูกเลือด ปวดท้องมาก มีสัญญาณขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ปัสสาวะน้อยลงชัดเจน ซึม หรืออาการไม่ดีขึ้นใน 2–3 วัน โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว ควรพบแพทย์เร็วขึ้น

ข้อมูลในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยแพทย์ หากมีอาการน่ากังวล กรุณาปรึกษาแพทย์โดยตรง

ท้องเสียไม่หาย? ปรึกษาเราได้ทุกวัน

โทรหาคลินิก หรือแชทผ่าน Line เพื่อสอบถามอาการและนัดหมายตรวจ