เก๊าท์เกิดจากการที่มี กรดยูริก ในเลือดสูงเป็นเวลานาน จนกรดยูริกตกผลึกเป็นเกล็ดเล็ก ๆ สะสมอยู่ในข้อและเนื้อเยื่อรอบข้อ เมื่อร่างกายตอบสนองต่อผลึกเหล่านี้ จึงเกิดการอักเสบรุนแรงอย่างเฉียบพลัน กรดยูริกเป็นของเสียที่เกิดจากการสลายสาร "พิวรีน" ซึ่งมาจากทั้งภายในร่างกายและอาหารที่เรากิน หากร่างกายสร้างมากเกินไปหรือขับออกทางไตได้น้อย ระดับกรดยูริกก็จะสูงขึ้น
อาการของโรคเก๊าท์
อาการเด่นคือการปวดข้อที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง มักเริ่มในเวลากลางคืนหรือตอนเช้ามืด
- ปวดข้อเฉียบพลัน บวม แดง ร้อน และกดเจ็บมาก จนบางครั้งแตะผ้าห่มก็เจ็บ
- มักเริ่มที่ โคนนิ้วหัวแม่เท้า แต่อาจเป็นที่ข้อเท้า ข้อเข่า ข้อมือ หรือข้อนิ้วได้
- อาการมักเป็นข้อเดียวในช่วงแรก และทุเลาได้เองใน 3–10 วัน แม้ไม่ได้รักษา
- หากปล่อยไว้นานและกำเริบบ่อย อาจเกิดปุ่มก้อน (โทฟัส) และข้อถูกทำลายถาวร
ปัจจัยที่กระตุ้นให้กำเริบ
นอกจากระดับกรดยูริกที่สูงเป็นพื้นฐานแล้ว ยังมีปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้ข้ออักเสบกำเริบได้
- อาหารพิวรีนสูง — เครื่องในสัตว์ ยอดผัก น้ำต้มกระดูกเข้มข้น และอาหารทะเลบางชนิด
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์ และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลฟรุกโตสสูง
- น้ำหนักเกิน ภาวะขาดน้ำ การอดอาหาร และยาบางชนิด
ดูแลตัวเองเพื่อลดการกำเริบ
ดื่มน้ำให้มากเพียงพอช่วยให้ไตขับกรดยูริกได้ดีขึ้น ควบคุมน้ำหนัก เลือกกินอาหารหลากหลายแต่พอเหมาะ ลดแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มหวาน และกินยาตามที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ควบคุมโรคได้ดีในระยะยาว
การดูแลและรักษา
การรักษาแบ่งเป็นสองส่วน คือบรรเทาอาการปวดในช่วงข้ออักเสบเฉียบพลัน และควบคุมระดับกรดยูริกในระยะยาวเพื่อป้องกันการกำเริบ ทั้งนี้การใช้ยาควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ไม่ควรซื้อยาแก้ปวดหรือยาลดกรดยูริกมาปรับขนาดเอง
- ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอทุกวัน ช่วยขับกรดยูริก
- ลดอาหารพิวรีนสูง เครื่องในสัตว์ ยอดผัก และเบียร์
- ควบคุมน้ำหนัก และจัดการโรคร่วม เช่น ความดันและไขมัน
- กินยาตามแพทย์สั่งต่อเนื่อง แม้ช่วงไม่ปวดก็ไม่ควรหยุดเอง
- ตรวจเลือดติดตามระดับกรดยูริกและการทำงานของไตตามนัด
ที่ คลินิกแพทย์อภิเดช ดูแลโดยแพทย์ มีบริการตรวจสุขภาพ เจาะเลือดตรวจระดับกรดยูริกและการทำงานของไต และติดตามอาการ ช่วยวินิจฉัยและวางแผนดูแลโรคเก๊าท์ให้เหมาะกับแต่ละคน เพื่อลดการกำเริบและปกป้องข้อในระยะยาว
สัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์
- ข้ออักเสบรุนแรง บวมแดงมาก ร่วมกับมีไข้ หรือสงสัยการติดเชื้อในข้อ
- ปวดข้อหลายข้อพร้อมกัน หรือกำเริบบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ
- มีปุ่มก้อนตามข้อ นิ้ว หรือใบหู หรือข้อเริ่มผิดรูป
- มีอาการของนิ่วในไต เช่น ปวดบั้นเอวรุนแรงหรือปัสสาวะเป็นเลือด
