094-991-5369 เปิดทุกวัน · จ–ศ 07.30–08.30, 17.00–20.00 · ส–อา 07.30–10.30, 17.00–20.00
ตรวจสุขภาพ

ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ เตรียมพร้อมก่อนมีลูก

การตั้งครรภ์ที่แข็งแรงเริ่มต้นตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ การเตรียมร่างกายของแม่ให้พร้อม ควบคุมโรคประจำตัว ฉีดวัคซีนที่จำเป็น และเสริมสารอาหารสำคัญตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสให้ลูกน้อยเกิดมาแข็งแรงสมบูรณ์

25 มิถุนายน 2569 อ่าน 5 นาที โดยทีมแพทย์ คลินิกแพทย์อภิเดช
ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ เตรียมพร้อมก่อนมีลูก

หลายคนคิดว่าการดูแลครรภ์เริ่มเมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์แล้ว แต่ในความจริง อวัยวะสำคัญของทารกหลายส่วนเริ่มสร้างตั้งแต่สัปดาห์แรก ๆ ซึ่งบางครั้งแม่ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ การเตรียมสุขภาพก่อนตั้งครรภ์จึงเป็นช่วงเวลาทองที่ช่วยให้ร่างกายแม่พร้อมที่สุดสำหรับการเริ่มต้นชีวิตของลูก

ทำไมการตรวจก่อนตั้งครรภ์ถึงสำคัญ

เป้าหมายคือเตรียมร่างกายของแม่ให้พร้อมเพื่อให้ลูกแข็งแรง การตรวจล่วงหน้าช่วยให้พบและจัดการความเสี่ยงได้ก่อน เช่น ควบคุมโรคประจำตัวให้คงที่ เติมภูมิคุ้มกันที่ขาด และเริ่มเสริมสารอาหารที่จำเป็นในจังหวะที่ถูกต้อง ทั้งหมดนี้ช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์และความพิการแต่กำเนิดของทารก

เริ่มก่อน พร้อมกว่า เพื่อลูกแข็งแรง

การเตรียมตัวล่วงหน้าหลายเดือนก่อนตั้งครรภ์ ทำให้มีเวลาเพียงพอสำหรับการฉีดวัคซีน ปรับยาประจำตัวให้ปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์ และสร้างสุขภาพที่ดีให้แม่ก่อนรับน้ำหนักของการตั้งครรภ์

ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ตรวจอะไรบ้าง

การเตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์ครอบคลุมทั้งการตรวจ การฉีดวัคซีน และการปรับพฤติกรรม ดังนี้

  • ตรวจสุขภาพทั่วไป ความดัน น้ำตาล ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด และพาหะธาลัสซีเมีย
  • ประเมินและควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน และไทรอยด์ ให้คงที่ก่อนตั้งครรภ์
  • ตรวจภูมิคุ้มกันและฉีดวัคซีนที่จำเป็น เช่น หัดเยอรมัน ไวรัสตับอักเสบบี และอีสุกอีใส
  • เสริมกรดโฟลิก (Folic acid) ก่อนตั้งครรภ์ เพื่อลดความเสี่ยงความพิการแต่กำเนิดของทารก
  • ปรับพฤติกรรม งดเหล้าและบุหรี่ ควบคุมน้ำหนัก และพักผ่อนให้เพียงพอ

หากกำลังใช้ยาประจำตัวอยู่ ควรแจ้งแพทย์เพื่อพิจารณาปรับยาให้ปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์ เพราะยาบางชนิดอาจส่งผลต่อทารก

ที่ คลินิกแพทย์อภิเดช มีบริการตรวจสุขภาพ เจาะเลือด อัลตร้าซาวด์ และคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) โดยแพทย์ พร้อมให้คำปรึกษาการเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์และวางแผนวัคซีนอย่างเหมาะสมกับแต่ละคู่

ใครควรตรวจ และควรเริ่มเมื่อไร

คู่ที่วางแผนจะมีบุตรควรเริ่มเตรียมตัวล่วงหน้า ไม่ใช่รอจนตั้งครรภ์แล้ว

  • เริ่มก่อนอย่างน้อย 3 เดือน: เพื่อให้มีเวลาฉีดวัคซีน เสริมกรดโฟลิก และควบคุมโรคประจำตัว
  • ผู้มีโรคประจำตัว: เช่น เบาหวาน ความดัน หรือไทรอยด์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อควบคุมโรคให้คงที่ก่อน
  • ฝ่ายชายควรเตรียมตัวร่วมด้วย: ตรวจสุขภาพและปรับพฤติกรรมเพื่อเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ที่แข็งแรง

อาการที่ควรรีบพบแพทย์ ไม่ต้องรอตรวจประจำปี

  • ประจำเดือนมาผิดปกติมาก ขาดหายไปนาน หรือมีเลือดออกผิดปกติ
  • ปวดท้องน้อยรุนแรง หรือมีก้อนผิดปกติในช่องท้อง
  • พยายามมีบุตรมานานกว่า 1 ปีแล้วยังไม่ตั้งครรภ์ (หรือ 6 เดือนหากอายุเกิน 35 ปี)
  • มีโรคประจำตัวที่ควบคุมไม่ได้ เช่น น้ำตาลหรือความดันสูงผิดปกติ
  • เคยแท้งซ้ำหลายครั้ง หรือมีประวัติครรภ์ผิดปกติ

คำถามที่พบบ่อย

ควรเตรียมตัวก่อนกี่เดือน?
แนะนำให้เริ่มเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์อย่างน้อย 3 เดือน เพื่อให้มีเวลาตรวจสุขภาพ ควบคุมโรคประจำตัว ฉีดวัคซีนที่จำเป็น และเริ่มเสริมกรดโฟลิกอย่างเพียงพอ บางวัคซีน เช่น หัดเยอรมัน ต้องเว้นระยะก่อนตั้งครรภ์ จึงควรวางแผนล่วงหน้า
กินโฟลิกตอนไหน?
ควรเริ่มกินกรดโฟลิก (Folic acid) อย่างน้อย 1–3 เดือนก่อนตั้งครรภ์ และกินต่อเนื่องในช่วงไตรมาสแรก เพราะกรดโฟลิกช่วยลดความเสี่ยงความพิการของระบบประสาทและสมองของทารกแต่กำเนิด ควรปรึกษาแพทย์เรื่องขนาดที่เหมาะสมกับแต่ละคน
ฝ่ายชายต้องตรวจด้วยไหม?
ควรตรวจด้วย เพราะสุขภาพของฝ่ายชายมีผลต่อการตั้งครรภ์และสุขภาพของลูก ฝ่ายชายควรตรวจสุขภาพทั่วไป คัดกรองโรคติดต่อ พาหะธาลัสซีเมีย และปรับพฤติกรรม เช่น งดเหล้าบุหรี่ การเตรียมตัวร่วมกันทั้งคู่ช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ที่แข็งแรง

ข้อมูลในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยแพทย์ หากมีอาการน่ากังวล กรุณาปรึกษาแพทย์โดยตรง

วางแผนมีลูก? เตรียมพร้อมไปกับเรา

โทรหาคลินิก หรือแชทผ่าน Line เพื่อสอบถามการตรวจเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์และนัดหมาย