094-991-5369 เปิดทุกวัน · จ–ศ 07.30–08.30, 17.00–20.00 · ส–อา 07.30–10.30, 17.00–20.00
โรคเรื้อรัง

โรคไทรอยด์ ต่อมเล็กที่ส่งผลทั้งร่างกาย

ต่อมไทรอยด์เป็นต่อมเล็ก ๆ ที่ลำคอ แต่ทำหน้าที่สำคัญในการควบคุมเมตาบอลิซึมของทั้งร่างกาย เมื่อทำงานมากหรือน้อยเกินไป ก็ส่งผลต่อหัวใจ น้ำหนัก อารมณ์ และพลังงานได้ บทความนี้ช่วยให้คุณรู้จักอาการ การตรวจ และแนวทางการดูแลรักษา

25 มิถุนายน 2569 อ่าน 5 นาที โดยทีมแพทย์ คลินิกแพทย์อภิเดช
โรคไทรอยด์ ต่อมเล็กที่ส่งผลทั้งร่างกาย

ต่อมไทรอยด์เป็นต่อมรูปคล้ายผีเสื้อที่อยู่บริเวณด้านหน้าลำคอ ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ที่ควบคุม เมตาบอลิซึม หรืออัตราการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย ฮอร์โมนนี้ส่งผลต่อการทำงานของหัวใจ ระบบประสาท อุณหภูมิร่างกาย น้ำหนัก และอารมณ์ เมื่อต่อมทำงานผิดปกติ ไม่ว่าจะมากหรือน้อยเกินไป ก็แสดงอาการได้หลากหลายทั่วทั้งร่างกาย

ไทรอยด์เป็นพิษ (ทำงานมากเกินไป)

เกิดเมื่อต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนมากเกินไป ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานเร็วผิดปกติ อาการที่พบบ่อย ได้แก่

  • ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว หรือเต้นผิดจังหวะ
  • น้ำหนักลดทั้งที่กินได้ปกติหรือกินมากขึ้น
  • มือสั่น เหงื่อออกง่าย ขี้ร้อน ทนอากาศร้อนไม่ได้
  • หงุดหงิด นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย และอาจมีตาโปนหรือคอพอก

ไทรอยด์ทำงานน้อย (ต่ำเกินไป)

เกิดเมื่อต่อมสร้างฮอร์โมนได้น้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ ทำให้ระบบเผาผลาญช้าลง อาการมักค่อยเป็นค่อยไปจนบางครั้งสังเกตได้ยาก

  • อ่อนเพลีย เชื่องช้า ง่วงนอนมาก ไม่มีแรง
  • น้ำหนักขึ้นง่าย ทั้งที่ไม่ได้กินมากขึ้น
  • ขี้หนาว ทนอากาศเย็นไม่ได้ ผิวแห้ง ผมร่วง
  • ท้องผูก ความจำหรือสมาธิลดลง และอาจมีอารมณ์ซึมเศร้า

ตรวจง่ายด้วยการเจาะเลือด

อาการของโรคไทรอยด์มักคล้ายกับภาวะอื่นจนเข้าใจผิดได้ การตรวจที่แม่นยำคือการเจาะเลือดดูระดับฮอร์โมนไทรอยด์และ TSH ซึ่งบอกได้ชัดว่าต่อมทำงานมากหรือน้อยเกินไป หากมีอาการน่าสงสัย การตรวจเลือดเพียงครั้งเดียวก็ช่วยให้รู้คำตอบและวางแผนดูแลได้

การตรวจและการรักษา

เมื่อสงสัยโรคไทรอยด์ แพทย์จะซักประวัติ ตรวจร่างกายบริเวณลำคอ และเจาะเลือดดูระดับฮอร์โมน ในบางกรณีอาจส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น อัลตร้าซาวด์ต่อมไทรอยด์ เพื่อดูลักษณะของต่อมและก้อนที่อาจพบ การรักษาจะแตกต่างกันตามชนิดและสาเหตุ และควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

  • ไทรอยด์เป็นพิษ มักรักษาด้วยยา และวิธีอื่นตามที่แพทย์พิจารณา
  • ไทรอยด์ทำงานน้อย มักให้กินฮอร์โมนไทรอยด์ทดแทน
  • กินยาตามแพทย์สั่งสม่ำเสมอ ไม่ปรับขนาดหรือหยุดยาเอง
  • เจาะเลือดติดตามระดับฮอร์โมนตามนัด เพื่อปรับการรักษาให้เหมาะสม
  • สังเกตอาการที่เปลี่ยนไป และแจ้งแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ

ที่ คลินิกแพทย์อภิเดช ดูแลโดยแพทย์ มีบริการตรวจสุขภาพ เจาะเลือดตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ และติดตามอาการ ช่วยประเมินและวินิจฉัยภาวะของต่อมไทรอยด์ พร้อมวางแผนการดูแลรักษาที่เหมาะกับแต่ละคน

สัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์

  • ใจสั่นรุนแรง หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ เจ็บหน้าอก หรือหายใจลำบาก
  • คลำได้ก้อนที่คอที่โตเร็ว กลืนลำบาก หรือเสียงแหบผิดปกติ
  • อ่อนเพลียมาก ซึมลง สับสน หรืออาการแย่ลงอย่างรวดเร็ว
  • มีไข้สูง ใจสั่นมาก ร่วมกับกระวนกระวายผิดปกติในผู้ที่เป็นไทรอยด์เป็นพิษ

คำถามที่พบบ่อย

คอพอกคือไทรอยด์ไหม?
คอพอกคือภาวะที่ต่อมไทรอยด์โตจนเห็นหรือคลำได้บริเวณลำคอ ซึ่งเป็นความผิดปกติของต่อมไทรอยด์อย่างหนึ่ง คอพอกอาจพบร่วมกับไทรอยด์ที่ทำงานมาก ทำงานน้อย หรือทำงานปกติก็ได้ จึงควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและประเมินการทำงานของต่อมด้วยการเจาะเลือดและตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
ตรวจไทรอยด์ทำอย่างไร?
การตรวจหลักคือการเจาะเลือดเพื่อดูระดับฮอร์โมนไทรอยด์และฮอร์โมน TSH ซึ่งบอกว่าต่อมทำงานมากหรือน้อยเกินไป แพทย์อาจตรวจร่างกายบริเวณลำคอ และในบางกรณีอาจส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น อัลตร้าซาวด์ต่อมไทรอยด์ เพื่อดูลักษณะของต่อมและก้อนที่อาจพบ การเจาะเลือดส่วนใหญ่ไม่ต้องงดอาหาร แต่ควรสอบถามก่อนนัด
โรคไทรอยด์หายได้ไหม?
โรคไทรอยด์ส่วนใหญ่ควบคุมได้ดีและหลายกรณีรักษาให้กลับมาเป็นปกติได้ ขึ้นกับชนิดและสาเหตุ ไทรอยด์เป็นพิษบางชนิดอาจหายได้ด้วยยา ขณะที่ภาวะไทรอยด์ทำงานน้อยมักต้องกินฮอร์โมนทดแทนต่อเนื่อง การพบแพทย์และตรวจเลือดติดตามตามนัดช่วยปรับการรักษาให้เหมาะสมและคุมอาการได้ดีในระยะยาว

ข้อมูลในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยแพทย์ หากคุณมีอาการน่ากังวลหรือมีความเสี่ยง กรุณาปรึกษาแพทย์โดยตรง

สงสัยอาการไทรอยด์? ตรวจเลือดได้ที่คลินิก

โทรหาคลินิก หรือแชทผ่าน Line เพื่อสอบถามอาการและนัดหมายตรวจ